ทำการตลาดออนไลน์ด้วย Facebook

Facebook เป็นหนึ่งในโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะมีผู้เข้าใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง ในทั่วโลก จึงทำให้การทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook กลายมาเป็นที่นิยมและได้ผลดีต่อสินค้าและบริการหลากหลายกลุ่มอาชีพ นอกจากนี้ยังสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะเจาะจงกันอีกด้วย เช่น ต้องการลูกค้าเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย หรือผู้ชายมากกว่าผู้หญิง รวมไปถึงกำหนดช่วงอายุและภูมิภาคที่อาศัยอยู่กันได้เลยทีเดียว ปัจจุบันหน้า Facebook จะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบหลักๆ ได้แก่ Profile, Fan Page และ Group ซึ่งมีหน้าที่และจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน แล้วเราจะทำการตลาดจากหน้าไหนดี มาดูกันต่อเลยดีกว่า

1. ซื้อโฆษณาหรือ Ads จาก Facebook ในหน้า Fan Page โดยทำการกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการโปรโมทและเลือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ มีหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตรงตามเป้าหมาย จากการทำการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เปิดกิจการมานานแล้วที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการโฆษณา รวมไปถึงธุรกิจใหม่ๆ ก็ช่วยให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้เช่นกัน

2. เปิดกลุ่มจำหน่ายสินค้าหรือเข้าร่วมกลุ่มที่มีสินค้าหรือลูกค้าในกลุ่มตรงกับเป้าหมายที่เราต้องการ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมกันในปัจจุบัน และช่วยโปรโมทสินค้าหรือเว็บไซด์ของคุณได้เป็นอย่างดี

3. จัดกิจกรรมที่หน้า Fan Page ไม่ว่าจะเป็นการลดแลกแจกแถม หรือการมอบของขวัญหรือสิ่งของที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้นสำหรับลูกค้าหรือสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรม อีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการทำการโฆษณาหรือการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน

หลักในการจ้างทำ SEO ราคาถูก

เมื่อตัดสินใจที่จะจ้างคนมาทำ SEO ก็ถึงเวลาใช้กูเกิ้ล (Google) ให้เป็นประโยชน์ โดยการใส่คำค้นว่า “รับจ้างทำ SEO ราคาถูก” ลงในช่องค้นหา ระบบก็จะแสดงหน้าเว็บหรือประกาศต่าง ๆ ของทีมงานรับจ้างทำ SEO ราคาถูกขึ้นมาให้เลือกมากมาย ไล่ดูกันทีละเว็บได้เลยว่าบริการของที่ไหนน่าสนใจและราคาไม่สูงเกินกว่าจะรับได้ ซึ่งก็มีตั้งแต่หลักร้อยยันหลักหมื่น ดูสิว่าหน้าเว็บของเขามีความน่าเชื่อถือไหม ข้อมูลในการติดต่อมีลงไว้อย่างละเอียดหรือเปล่า มีลูกค้าเก่าเข้ามารีวิวให้หรือไม่ ถ้าไม่มีก็ลองไปค้นหาดู โดยใช้บริการกูเกิ้ลเจ้าเก่า นี่คือพื้นฐานในการค้นหาบริการต่าง ๆ เพื่อคัดกรองเว็บโกงทั้งหลายออกไป ทำให้ลดความเสี่ยงลงได้มาก

เมื่อได้ทีมงานที่เข้าข่ายคุณภาพมาส่วนหนึ่งแล้ว ให้มาวิเคราะห์ดูให้ลึกลงไปอีกหน่อย ว่าเว็บของทีมงานนั้นมีการทำ SEO แบบไหน โปรโมทเว็บด้วยการสแปมคีย์เวิร์ดหรือเปล่า มีแบ็คลิ้งค์จากเว็บสแปมไหม ซึ่งขั้นตอนนี้ คนที่ไม่มีความรู้ด้าน SEO เลยอาจมองว่ายากเกินไป ดูไม่ออก ถ้าอย่างนั้นข้ามขั้นตอนนี้ไปเสียแล้วลุยไปคุยกับทีมงานกันเลยดีกว่า โดยแจ้งความจำนงว่าสนใจจะจ้างทำ SEO และขอให้เขาอธิบายการทำงานอย่างคร่าว ๆ มาให้ว่าเขาจะทำอะไรให้คุณบ้าง ถ้าตอบมาสั้น ๆ แค่แปะลิ้งค์ของคุณในเว็บที่มี PR (Page Rank) สูง ๆ ก็ตัดไปได้เลย ให้พิจารณาเฉพาะทีมที่เขาทำการปรับปรุงโครงสร้าง เนื้อหา และรูปแบบของหน้าเว็บคุณให้เท่านั้น

รูปแบบของ SEO และการตลาดออนไลน์

หลายธุรกิจหันมาสนใจในการทำการตลาดออนไลน์และ SEO กันมากขึ้น เพราะเป็นช่องทางที่ช่วยให้มีผู้รู้จักสินค้าและบริการของเรามากขึ้น ที่สำคัญยังมีต้นทุนในการทำโฆษณาไม่มากแต่สามารถเห็นสินค้าและบริการได้อย่างหลากหลาย ทำให้ในปัจจุบันเกิดช่องทางในการทำตลาดเพิ่มมากขึ้นหลายช่องทาง แต่ที่ได้รับความนิยมกันในปัจจุบันจะมีดังนี้

1. Search Engine Marketing
เป็นการทำการตลาดบน Search Engine ยอดฮิตอย่าง Google การทำตลาดในลักษณะนี้หลายคนอาจจะเคยได้ยินที่เรียกกันว่า SEO หรือก็คือการทำเว็บไซต์ของเราที่เปิดขายสินค้าให้ติดอันดับของ Google และอีกชื่อที่เรียกว่า PPC เป็นการซื้อ Ads กับ Google เพื่อให้เว็บไซด์ของเราขึ้นอันดับในเวลารวดเร็ว เหตุผลที่เราจำเป็นต้องให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับ ก็เพราะว่า Google เป็น Search Engine ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก และการค้นห้ามถ้าเว็บไซต์ของเราติดอันดับต้นๆ ก็มีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะคลิกเข้ามาชมสินค้าและเลือกซื้อหรือใช้บริการของเรามากขึ้น

2. Email Marketing
เป็นการส่งข่าวสาร โปรโมชั่นต่างๆ และโปรโมทสินค้าผ่านทางอีเมล์ ถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จัดเป็นการตลาดที่มีต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการตลาดออนไลน์รูปแบบอื่น อีกทั้งยังเป็นการตลาดที่ตรงกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจจริงๆ รวมทั้งสามารถเข้าถึงผู้รับได้อย่างรวดเร็ว แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นลูกค้าที่ตรงกลุ่ม เพราะปกติอีเมล์ลูกค้าที่เราได้รับและส่งข่าวสารต่างๆ จะเป็นอีเมล์ที่ลูกค้าทิ้งไว้เมื่อเข้ามาใช้บริการในครั้งก่อนๆ หรือเคยผ่านเข้ามาชมเว็บไซต์แล้วเกิดสนใจในตัวสินค้า

3. Social Marketing
เป็นการตลาดผ่าน Social Network ยอดฮิตต่างๆ ที่ได้รับความนิยม เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Line เป็นต้น เป็นการทำการตลาดที่ค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

การโปรโมทสินค้าในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยาก และยังช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

วิธีโปรโมทเว็บไซด์โดยการทำ SEO

การทำเว็บไซด์เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้รับความนิยมในการทำการตลาดเพื่อเสนอขายสินค้าและบริการ เพราะจะเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่ลูกค้าสามารถเข้ามาสืบค้นและหาสินค้าหรือบริการที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเว็บไซด์ของคุณควรลงรายละเอียดสินค้าไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณ ประโยชน์ ราคา วิธีการสั่งซื้อ การชำระค่าสินค้า และช่องทางในการสอบถามรายละเอียดต่างๆ เมื่อมีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์แล้วเราก็เริ่มโปรโมทโดยการทำ SEO กันได้เลย

1. หาคีย์เวิร์ดที่เหมาะกับเว็บไซด์ของเรา หรือตรงกับสินค้าและบริการที่เราจำหน่าย พูดง่ายๆ คีย์เวิร์ดสามารถบ่งบอกถึงธุรกิจของเราได้เลย

2. ลงโปรโมทในเว็บไซด์ประกาศฟรีที่มีอยู่หลายเว็บในปัจจุบัน ทั้งของคนไทยและต่างชาติ โดยใช้วิธีเสิร์ชหาจาก Google จากนั้นนำ Url เว็บไซด์ของเราและรายการสินค้าไปลงโฆษณา ยิ่งลงมากโอกาสที่จะมีผู้เห็นก็มีจำนวนมากขึ้น และโอกาสที่จะได้ขึ้นหน้าหนึ่งติดอันดับก็มากขึ้นเช่นกัน

3. ลงบทความที่น่าสนใจในเว็บไซด์ โดยบทความควรมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับสินค้าที่เราจำหน่ายหรือมีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซด์ประกอบอยู่ด้วย เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO และควรเป็นบทความที่เขียนขึ้นใหม่ เพราะจะทำให้เครื่องมือหรือ bot ของ Search engine โดยเฉพาะ Google มองเห็นว่า Website ของคุณมีเนื้อหาใหม่ๆ อยู่ตลอด และเข้ามาเก็บข้อมูลหน้าเว็บไซด์ของคุณมากขึ้น ก็จะส่งผลให้เว็บไซด์เลื่อนอันดับมาอยู่หน้าหนึ่ง Google หรือมีอันดับในการค้นหาดีขึ้น โดยไม่ต้องซื้อโฆษณาให้เสียเงินกันเลย

เริ่มต้นทำ SEO ด้วยตนเอง

SEO หรือมีชื่อเต็มๆ ว่า Search Engine Optimization มีความหมายตามตัวจะแปลได้ว่า “การปรับแต่งรูปแบบให้เหมาะสำหรับโปรแกรมค้นหา search engine อย่าง Google” ซึ่งก็จัดได้ว่าเป็นความหมายที่ตรงตัว การทำ SEO ก็เพื่อให้เว็บไซด์ของเราอยู่ในหน้า 1 ของ Google เวลามีผู้ค้นหาคีย์เวิร์ดหรือคำที่เรากำหนดไว้ ซึ่งส่วนมากก็จะกำหนดคำให้ใกล้เคียงกับข้อมูลในเว็บไซด์ที่เราต้องการสื่อ โดยเฉพาะตรงกับสินค้าและบริการ เช่น ถ้าคุณขายเครื่องเขียนคำค้นหาที่คุณควรเลือกก็อย่างเช่น คำว่า เครื่องเขียน หรือปากการาคาถูก เป็นต้น สำหรับการเริ่มต้นทำ SEO ด้วยตัวเองนั้นคุณสามารถทำได้ดังนี้

1. เปิดเว็บไซด์จำหน่ายสินค้าหรือบริการที่ต้องการ แต่หลายคนอาจจะมีข้อมูลแนวอื่นเช่นเกี่ยวกับ การศึกษา สุขภาพ ศาสนา ที่ต้องการเผยแพร่และต้องการให้ติดหน้า 1 Google โดยไม่ได้หวังผลทางธุรกิจก็สามารถทำได้เช่นกัน

2. ทำ Content ให้กับเว็บไซด์ หรือก็คือเนื้อหาบทความที่มีคุณภาพ โดยบทความที่ทำขึ้นต้องมีเนื้อหาไปแนวเดียวกับเว็บไซด์ที่เราจัดทำ นอกจากนี้ในบทความควรมีคีย์เวิร์ดหรือคำที่เราต้องการให้ลูกค้าหรือบุคคลทั่วไปค้นแล้วเจอเว็บไซด์ของเราประกอบอยู่ด้วย

3. ทำ back link หรือลิงค์เชื่อมโยงกลับมายังเว็บไซด์ของเรา โดยตั้งลิ้งค์ไว้ภายนอกอย่างเช่น ใน Facebook, Twitter, Line, Instagram หรือในเว็บไซด์ต่างๆ ที่อนุญาตให้ลงโฆษณาโปรโมทเว็บได้

นอกจากนี้สิ่งสำคัญก็คือ ในเว็บไซด์ของเราควรมีเนื้อหาที่หน้าสนใจ และมีการอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ ก็จะช่วยให้เว็บไซด์สามารถติดหน้าหนึ่ง Google ได้ไม่ยาก

เคล็ดลับในการทำ SEO

ในยุคนี้การทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์หรือ Search Engine อย่าง Google.com, MSN.com, Yahoo.com เป็นต้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการจำหน่ายสินค้าและบริการกันไปแล้ว เพราะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายและรวดเร็ว หรือที่เราเรียกว่าการทำ SEO ดังนั้นสำหรับใครที่สนใจทำ SEO ลองมาดูเคล็ดลับดีๆ ที่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการจำหน่ายสินค้าและบริการกันดีกว่า

1. สร้างคำค้นหา โดยสมมติว่าตัวเองเป็นลูกค้า
ลูกค้าส่วนใหญ่ในปัจจุบันเวลาต้องการหาสินค้าหรือบริการอะไรก็แล้วแต่มักจะทำการค้นหาบน Google กันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้าคุณทำเว็บไซด์และต้องการให้ลูกค้าค้นหาคุณเจอ อันดับแรกคุณควรใช้วลีสั้นๆ ประมาณ 2-3 คำ โดยอาจใช้เป็นคำเฉพาะเจาะจง และควรเพิ่มคำค้นหาที่มีความหมายใกล้เคียงกันลงไปด้วย ซึ่งอาจะเป็นภาษาพูด หรือคำที่มีตัวสะกดคล้ายกัน หรือคำที่มีความหมายเหมือนกัน เป็นต้น

2. คำโฆษณาอ่านแล้วน่าสนใจชวนให้คลิก
โดยเฉพาะถ้ามีการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ลูกค้าส่วนใหญ่จะให้ความสนใจมากกว่าสินค้าราคาปกติ การพิมพ์จึงควรเน้นข้อความเป็นพิเศษ เช่น เป็นตัวหนา หรือมีสีสันที่สะดุดตา และเป็นข้อความสั้นๆ แต่อ่านได้ใจความ

3. โปรโมทเว็บไซด์อย่างสม่ำเสมอ
การทำ SEO ควรโปรโมทเว็บไซด์เป็นประจำ สำหรับการโปรโมทอาจจะใช้วิธีซื้อโฆษณา หรือทำการโฆษณาในเว็บไซด์ที่อนุญาตให้ประกาศขายสินค้าและบริการได้ฟรี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายเว็บไซด์ ก็จะช่วยให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคเห็นเว็บไซด์ของเรามากขึ้น และมีโอกาสคลิกเข้าไปเลือกชมสินค้ามากขึ้นด้วยเช่นกัน

เพียงทำตามเคล็ดลับทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ ก็มีส่วนในการช่วยให้เว็บไซด์ของคุณมีโอกาสติดอันดับดีๆ ใน Search Engine ยอดฮิตกันได้แล้ว

Mobile เครื่องมือการตลาดยุคดิจิตอล

เข้าสู่ยุคดิจิตอลหลายคนคงไม่ปฏิเสธว่า Mobile ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟน เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากของคนในยุคนี้ บางคนถือกันไว้ตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ในบางครั้งเรายังได้ยินกันบ่อยๆ ว่าสังคมสมัยนี้เป็นสังคมก้มหน้า ที่คุณต่างก้มมองโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนของตัวเองมากกว่ามองผู้คนที่อยู่รอบข้าง ทำให้ Mobile กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการ รวมถึงเข้าถึงผู้บริโภคได้แบบทันที ทุกที่ ทุกเวลา ดังนั้นถ้าใครอยากโปรโมทสินค้าและบริการต่างๆ ก็อย่าลืมนึกถึงเวลาที่ลูกค้าต้องเปิดมือถือหรือสมาร์ทโฟนอ่านกันด้วย โดยเน้นให้สะดวกสบายและอ่านง่ายในทุกรูปแบบ

Mobile ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว เพราะผู้จำหน่ายสินค้า เจ้าของธุรกิจ หรือนักการตลาดเอง ก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนในการทำการตลาดออนไลน์ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอสินค้า การตอบคำถามข้อสงสัยของลูกค้า ก็สามารถทำได้ในทันทีและรวดเร็ว ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังทำการตลาดออนไลน์อยู่และกำลังนำเสนอสินค้าและบริการผ่านทางเว็บไซด์ ควรนึกถึงรูปแบบที่ลูกค้าจะต้องอ่านบนหน้าจอมือถือหรือสมาร์ทโฟนกันด้วย เพราะถ้าสามารถสืบค้นหรืออ่านรายละเอียดพร้อมทั้งชมรูปประกอบได้อย่างสะดวกสบายบน Mobile แล้ว โอกาสที่จะเพิ่มฐานลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น หรือเจาะกลุ่มตลาดลูกค้าเป้าหมายก็มีมากตามไปด้วย

แต่ถ้าคุณทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างโซเชียลเน็ตเวิร์ดที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Line ก็อาจจะหมดปัญหาในเรื่องของการอ่านผ่านมือถือกันไปได้เลย